ขับรถลุยน้ำท่วมอย่างไรให้ปลอดภัยและรถไม่พัง

ขับรถลุยน้ำท่วมอย่างไรให้ปลอดภัยและรถไม่พัง

ช่วงหน้าฝนหรือเวลาที่พายุเข้า ปัญหาน้ำท่วมขังบนท้องถนนเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงได้ยากมากครับ หลายครั้งที่เรากำลังขับรถกลับบ้านอย่างเหน็ดเหนื่อย แต่กลับต้องมาเจอกับทางข้างหน้าที่กลายเป็นคลองขนาดย่อม ทำให้เราต้องคิดหนักว่าจะลุยต่อหรือจะถอยดี

การตัดสินใจในเสี้ยววินาทีนั้นสำคัญมาก เพราะหากตัดสินใจพลาดเพียงนิดเดียว รถคู่ใจของเราอาจจะดับกลางน้ำ และนำมาซึ่งค่าซ่อมแซมที่สูงลิบลิ่ว วันนี้เราจึงรวบรวมวิธีประเมินสถานการณ์และเทคนิคการขับรถผ่านน้ำท่วมอย่างปลอดภัยมาฝากกันครับ

สรุปสั้น ๆ

  • ประเมินระดับน้ำทุกครั้งก่อนตัดสินใจลุย หากน้ำสูงเกินครึ่งล้อรถไม่ควรเสี่ยง
  • ปิดระบบเครื่องปรับอากาศในรถทันทีเพื่อป้องกันพัดลมหม้อน้ำพัดน้ำเข้าเครื่องยนต์
  • รักษาความเร็วให้คงที่ ใช้เกียร์ต่ำ และห้ามปล่อยคันเร่งเด็ดขาดขณะลุยน้ำ
  • หลังจากผ่านจุดน้ำท่วมมาได้ ให้เหยียบเบรกย้ำ ๆ เพื่อไล่ความชื้นและทำให้เบรกกลับมาทำงานปกติ

วิธีประเมินระดับน้ำก่อนตัดสินใจลุย

วิธีประเมินระดับน้ำก่อนตัดสินใจลุย
ภาพ: Sveta K / Pexels

ก่อนที่เราจะเหยียบคันเร่งผ่านไป เราต้องประเมินระดับความลึกของน้ำท่วมขังตรงหน้าก่อนเสมอ โดยสังเกตจากรถคันข้างหน้าหรือสิ่งแวดล้อมรอบข้าง เพื่อความปลอดภัยของตัวรถและตัวเราเองครับ

  • ระดับน้ำต่ำกว่า 10-20 เซนติเมตร (ประมาณตาตุ่ม): รถยนต์ทุกประเภทสามารถผ่านไปได้สบาย ๆ แต่ยังคงต้องใช้ความระมัดระวัง
  • ระดับน้ำ 20-30 เซนติเมตร (ประมาณครึ่งล้อรถเก๋ง): รถเก๋งเริ่มมีความเสี่ยง ควรขับด้วยความเร็วต่ำมาก ๆ ส่วนรถกระบะหรือรถยกสูงยังผ่านได้ปกติ
  • ระดับน้ำ 30-40 เซนติเมตร (เลยครึ่งล้อรถเก๋งขึ้นมา): รถเก๋งทั่วไปไม่ควรผ่านเด็ดขาด เพราะน้ำอาจไหลเข้าท่อไอเสียหรือห้องเครื่องได้ ส่วนรถอเนกประสงค์ยังพอผ่านได้
  • ระดับน้ำ 50 เซนติเมตรขึ้นไป: อันตรายสำหรับรถยนต์ทุกประเภท แนะนำให้หลีกเลี่ยงเส้นทางและหาจุดจอดรอที่ปลอดภัย

เคล็ดลับ

หากเห็นรถเก๋งคันหน้าจอดเสียอยู่ข้างทาง นั่นเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ดีที่สุดว่าเราไม่ควรขับลุยไปในเส้นทางนั้น

ขั้นตอนปฏิบัติขณะขับรถลุยน้ำท่วมขัง

ขั้นตอนปฏิบัติขณะขับรถลุยน้ำท่วมขัง
ภาพ: M. Omar / Pexels

เมื่อประเมินแล้วว่าระดับน้ำไม่สูงเกินไปและจำเป็นต้องเดินทางต่อ ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้อย่างเคร่งครัดเพื่อลดความเสี่ยงที่เครื่องยนต์จะดับกลางทาง

1. ปิดแอร์ในรถทันที

นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่หลายคนมักลืมครับ เมื่อเราเปิดแอร์ พัดลมหม้อน้ำจะทำงานและอาจพัดเอาน้ำที่อยู่ด้านหน้ากระจายเข้าสู่ห้องเครื่องยนต์ ซึ่งอาจทำให้ระบบไฟช็อต หรือพัดลมพัดใบพัดหักเมื่อปะทะกับน้ำขยะที่ลอยมา

2. ใช้เกียร์ต่ำและรักษาความเร็วคงที่

สำหรับรถเกียร์ธรรมดาให้ใช้เกียร์ 1 หรือเกียร์ 2 ส่วนรถเกียร์อัตโนมัติให้เปลี่ยนไปที่เกียร์ L หรือเกียร์ 1 เพื่อรักษาแรงบิดของเครื่องยนต์ให้อยู่ในระดับที่สูงพอที่จะดันน้ำออกไป

3. ห้ามเร่งเครื่องยนต์แรง ๆ และห้ามถอนคันเร่ง

การเร่งเครื่องแรงเกินไปจะทำให้เกิดคลื่นน้ำหน้ารถที่สูงขึ้นจนอาจไหลเข้าท่อไอดีได้ และการถอนคันเร่งกะทันหันอาจทำให้แรงดันในท่อไอเสียลดลงจนน้ำไหลย้อนกลับเข้าไปในเครื่องยนต์

สิ่งที่ต้องทำทันทีหลังผ่านจุดน้ำท่วม

สิ่งที่ต้องทำทันทีหลังผ่านจุดน้ำท่วม
ภาพ: Dibakar Roy / Pexels

เมื่อเราขับรถพ้นจากพื้นที่น้ำท่วมขังมาได้อย่างปลอดภัยแล้ว อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจและเหยียบคันเร่งไปต่อด้วยความเร็วปกติ เพราะระบบต่าง ๆ ของรถยังคงมีความชื้นสะสมอยู่

  1. ย้ำเบรกบ่อย ๆ: ค่อย ๆ เหยียบเบรกย้ำ ๆ เพื่อไล่น้ำและความชื้นออกจากจานเบรกและผ้าเบรก ช่วยป้องกันอาการเบรกลื่น
  2. เปิดแอร์หลังจากขับพ้นมาแล้วสักระยะ: รอให้ห้องเครื่องเริ่มแห้งและระบายความชื้นออกไปก่อน จึงค่อยเปิดแอร์ใช้งานตามปกติ
  3. สังเกตอาการผิดปกติ: คอยฟังเสียงเครื่องยนต์ว่ามีเสียงดังผิดปกติหรือไม่ หรือมีไฟเตือนสีส้มสีแดงขึ้นที่หน้าปัดรถยนต์หรือไม่

เคล็ดลับ

หลังจากลุยน้ำลึกมา ควรหาโอกาสล้างอัดฉีดใต้ท้องรถเพื่อขจัดเศษขยะ โคลน และคราบสกปรกที่อาจติดอยู่ตามชิ้นส่วนต่าง ๆ

จะทำอย่างไรหากเครื่องยนต์ดับกลางน้ำท่วม

จะทำอย่างไรหากเครื่องยนต์ดับกลางน้ำท่วม
ภาพ: Helena Jankovičová Kováčová / Pexels

หากเกิดเหตุสุดวิสัยที่ทำให้รถยนต์ของคุณดับลงในขณะที่กำลังลุยน้ำ สิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งสติ และปฏิบัติตามคำแนะนำนี้เพื่อไม่ให้รถเสียหายหนักกว่าเดิม

  • ห้ามสตาร์ทรถใหม่เด็ดขาด: เพราะถ้าน้ำเข้าไปในห้องเครื่องแล้ว การสตาร์ทรถจะทำให้ลูกสูบและก้านสูบหักเสียหายทันที
  • ปิดสวิตช์กุญแจและระบบไฟทั้งหมด: เพื่อป้องกันการลัดวงจรของระบบไฟฟ้าในรถยนต์
  • อพยพออกจากรถไปยังที่ปลอดภัย: หากระดับน้ำเริ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ให้รีบออกจากรถและโทรขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานกู้ภัยหรือบริการลากรถ

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าน้ำท่วมท่อไอเสีย รถจะดับทันทีไหม?

ไม่เสมอไปครับ ตราบใดที่เครื่องยนต์ยังทำงานและมีแรงดันไอเสียคอยดันน้ำออกมา รถก็ยังสามารถวิ่งต่อไปได้ แต่หากเราดับเครื่องหรือถอนคันเร่ง น้ำจะไหลย้อนกลับเข้าไปทันที

ขับรถลุยน้ำท่วมแล้วมีกลิ่นไหม้ เกิดจากอะไร?

มักเกิดจากเศษขยะ ใบไม้ หรือถุงพลาสติกที่ลอยมากับน้ำเข้าไปติดใต้ท้องรถและโดนความร้อนจากท่อไอเสีย หรืออาจเกิดจากสายพานและระบบคลัตช์ที่ลื่นเนื่องจากความเปียกชื้น

ควรตรวจเช็กอะไรบ้างหลังจากขับรถลุยน้ำลึกมา?

ควรตรวจเช็กระดับน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์ว่ามีสีขุ่นคล้ายชาเย็นหรือไม่ หากมีสีขุ่นแสดงว่ามีน้ำเข้าไปปะปน ต้องรีบเปลี่ยนถ่ายทันที รวมถึงเช็กระบบเบรกและกรองอากาศด้วย

ภาพปก: Dibakar Roy / Pexels

อ่านต่อ