หลังจากวิกฤตการณ์น้ำท่วมผ่านพ้นไป สิ่งที่ทิ้งไว้และสร้างความปวดหัวให้กับพวกเราทุกคนมากที่สุดก็คือ คราบโคลนและดินตะกอนที่เกาะแน่นอยู่ตามพื้นบ้าน ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ การทำความสะอาดคราบโคลนเหล่านี้หากปล่อยทิ้งไว้จนแห้งกรัง จะกลายเป็นงานหินที่ต้องใช้แรงและเวลาอย่างมหาศาล
วันนี้เรามีเทคนิคดีๆ ในการล้างคราบโคลนหลังน้ำท่วมที่ทำได้ง่าย แต่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อนมาฝากกัน เพื่อช่วยให้คุณสามารถฟื้นฟูบ้านแสนรักให้กลับมาสะอาด ปลอดภัย และน่าอยู่อีกครั้งโดยไม่ต้องออกแรงเหนื่อยจนเกินไป
สรุปสั้น ๆ
- รีบลงมือทำความสะอาดทันทีในขณะที่โคลนยังเปียกอยู่เพื่อช่วยทุ่นแรง
- ใช้อุปกรณ์ป้องกันร่างกายทุกครั้งเพื่อหลีกเลี่ยงเชื้อโรคและสารเคมี
- ใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงและน้ำยาล้างจานช่วยสลายคราบมันในโคลน
- ฆ่าเชื้อโรคในขั้นตอนสุดท้ายเพื่อความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัว
ทำไมต้องรีบล้างคราบโคลนทันทีหลังน้ำลด

หลายคนอาจจะคิดว่ารอให้น้ำแห้งสนิทและมีเวลาว่างค่อยมาทำความสะอาด แต่ในความเป็นจริงแล้ว นั่นคือข้อผิดพลาดครั้งใหญ่ เพราะดินโคลนที่มากับน้ำท่วมไม่ได้มีแค่ดินทรายธรรมดา แต่ผสมไปด้วยสารเคมี สิ่งปฏิกูล และแบคทีเรียมากมาย
เมื่อโคลนเหล่านี้แห้งตัวลง จะเกาะตัวแน่นคล้ายกับซีเมนต์ ทำให้การขัดล้างทำได้ยากขึ้นหลายเท่าตัว นอกจากนี้ ฝุ่นผงจากโคลนแห้งยังสามารถฟุ้งกระจายเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของพวกเราได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
เตรียมตัวและอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนเริ่มงาน

ก่อนที่เราจะลุยกับคราบโคลน ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับแรกเสมอ เนื่องจากน้ำท่วมมักจะพาสิ่งสกปรกและเชื้อโรคต่างๆ มาด้วย การเตรียมอุปกรณ์ป้องกันตัวจึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้าม
- รองเท้าบูทยางหนาเพื่อป้องกันการลื่นล้มและของมีคมที่ซ่อนอยู่ใต้โคลน
- ถุงมือยางหนาเพื่อป้องกันผิวสัมผัสกับสิ่งสกปรกและสารเคมีโดยตรง
- หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการสูดดมกลิ่นเหม็นและสปอร์ของเชื้อรา
- แว่นตานิรภัยสำหรับป้องกันน้ำหรือโคลนกระเด็นเข้าตาขณะฉีดล้าง
ขั้นตอนการล้างโคลนแบบทุ่นแรงและได้ผลจริง

มาเริ่มขั้นตอนการทำความสะอาดที่จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาและแรงกายไปได้มาก โดยเราแนะนำให้ทำตามขั้นตอนอย่างเป็นระบบดังต่อไปนี้
1. ล้างโคลนออกในขณะที่ยังเปียก
หากเป็นไปได้ ให้เริ่มล้างโคลนทันทีที่น้ำเริ่มลดระดับลงจนสามารถเดินเข้าบ้านได้ การใช้น้ำฉีดไล่ดินโคลนในขณะที่ยังเหลวอยู่จะช่วยให้โคลนหลุดออกง่ายที่สุด โดยให้ฉีดไล่จากส่วนบนของผนังลงสู่พื้น และจากด้านในบ้านออกไปสู่ด้านนอกบ้าน
2. ใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงเป็นตัวช่วยหลัก
เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงคือฮีโร่ตัวจริงในสถานการณ์นี้ แรงดันน้ำจะช่วยแซะคราบโคลนที่เริ่มจับตัวหนาให้หลุดออกได้อย่างรวดเร็วโดยที่คุณไม่ต้องก้มลงไปขัดให้ปวดหลัง
3. ขจัดคราบมันด้วยน้ำยาล้างจานหรือผงซักฟอก
ดินโคลนหลังน้ำท่วมมักจะมีคราบน้ำมันและสิ่งสกปรกฝังลึกผสมอยู่ด้วย การใช้น้ำเปล่าฉีดอย่างเดียวอาจทิ้งคราบเหนียวไว้ ให้ผสมน้ำยาล้างจานหรือผงซักฟอกกับน้ำอุ่น แล้วใช้แปรงขัดถูเบาๆ คราบน้ำมันจะหลุดออกอย่างง่ายดาย
เคล็ดลับ
อย่าเพิ่งรีบใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคเข้มข้นฉีดพ่นในขณะที่ยังมีโคลนหนาอยู่ เพราะโคลนจะลดประสิทธิภาพของน้ำยาฆ่าเชื้อลง ควรล้างโคลนออกให้หมดก่อน
เทคนิคการจัดการกับคราบโคลนที่แห้งกรังไปแล้ว
หากคุณกลับมาทำความสะอาดช้าจนโคลนแห้งแข็งไปแล้ว อย่าเพิ่งตกใจไป เรามีวิธีจัดการกับปัญหานี้มาฝากเช่นกัน
- ใช้น้ำฉีดพรมให้ทั่วบริเวณที่โคลนแห้งเกาะอยู่ ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีเพื่อให้โคลนอ่อนตัวลง
- ใช้เกรียงเหล็กหรือแปรงลวดค่อยๆ ขูดแซะเอาโคลนแผ่นหนาๆ ออกไปก่อน
- เมื่อโคลนเริ่มนิ่มและหลุดออกบ้างแล้ว จึงใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดล้างตามปกติอีกครั้ง
ขั้นตอนสุดท้ายที่ห้ามลืมคือการฆ่าเชื้อโรค
หลังจากล้างคราบโคลนออกจนหมดจดแล้ว สิ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่และมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าก็คือเชื้อโรคและเชื้อรา คุณจำเป็นต้องทำการฆ่าเชื้อโรคเพื่อสุขอนามัยที่ดีของทุกคนในบ้าน
คุณสามารถใช้น้ำยาฟอกขาว (ที่มีส่วนผสมของโซเดียมไฮโปคลอไรต์) ผสมกับน้ำสะอาดตามอัตราส่วนที่ระบุข้างขวด นำมาเช็ดถูพื้นผิวให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง จากนั้นเปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทและผึ่งแดดให้แห้งสนิท
คำถามที่พบบ่อย
ถ้าน้ำประปาไม่ไหลจะล้างคราบโคลนอย่างไรดี
หากน้ำประปายังไม่ไหล สามารถใช้ถังตักน้ำที่ขังอยู่รอบๆ บ้าน (หากไม่สกปรกจนเกินไป) มาใช้สาดเพื่อไล่โคลนก้อนใหญ่ออกไปก่อน หรือรอการสนับสนุนรถน้ำจากหน่วยงานราชการในพื้นที่
ใช้น้ำยาอเนกประสงค์ทั่วไปฆ่าเชื้อโรคหลังน้ำท่วมได้ไหม
ได้ แต่แนะนำให้ใช้น้ำยาฟอกขาวหรือน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีระบุว่าสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราได้โดยเฉพาะ เพื่อประสิทธิภาพที่มั่นใจได้มากกว่าในสถานการณ์หลังน้ำท่วม
เฟอร์นิเจอร์ไม้ที่เปื้อนโคลนควรทำความสะอาดอย่างไร
ให้รีบใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดคราบโคลนออกทันที ห้ามใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดโดยตรงเพราะจะทำให้เนื้อไม้เสียหาย จากนั้นผึ่งลมให้แห้งในที่ร่ม ห้ามตากแดดจัดเพราะไม้จะบิดเบี้ยว
ภาพปก: Nothing Ahead / Pexels




