
หนีร้อนไปพักผ่อนที่ "อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด" สวรรค์ใกล้กรุงที่ระยอง
หากคุณกำลังมองหาสถานที่พักผ่อนช่วงวันหยุดที่ได้ทั้งความชิลล์ริมทะเล ชมวิวพระอาทิตย์ตกดินสุดโรแมนติก และเดินศึกษาธรรมชาติไปพร้อมๆ กัน "อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด" จ.ระยอง คือจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดครับ
ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่หาดทรายขาวบนเกาะเสม็ดเท่านั้น แต่ฝั่งแผ่นดินใหญ่ที่ "เขาแหลมหญ้า" ยังเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่สายถ่ายรูปและคนรักธรรมชาติจะต้องตกหลุมรัก
1. จุดเช็คอินที่ไม่ควรพลาด: เขาแหลมหญ้า
จุดเด่นที่สุดของที่นี่คือ สะพานไม้เลียบชายทะเล ที่ทอดยาวไปตามโขดหิน ตัดกับน้ำทะเลสีครามและทุ่งหญ้าสีทอง (ในช่วงหน้าแล้ง) ยิ่งถ้าไปช่วงเย็น แสงแดดอุ่นๆ กระทบกับแนวหิน บอกเลยว่ารูปออกมาสวยระดับพรีเมียมแน่นอน
2. ข้ามฝั่งไปสัมผัสทะเลใสที่ "หมู่เกาะเสม็ด"
เมื่อเต็มอิ่มกับวิวเขาแหลมหญ้าแล้ว อย่าลืมซื้อตั๋วเรือข้ามฟากจากท่าเรือบ้านเพไปสัมผัสเกาะเสม็ด ซึ่งมีหาดทรายให้เลือกมากมายตามสไตล์คุณ:
3. ข้อมูลเตรียมตัวก่อนเดินทาง
ค่าเข้าอุทยานฯ: มีค่าธรรมเนียมสำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติ (แนะนำให้เตรียมเงินสดติดตัวไว้)
การเดินทาง: จากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางเพียง 2.5 - 3 ชั่วโมง ขับรถมาที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าได้เลย มีที่จอดรถกว้างขวาง
เวลาเปิด-ปิด: ฝั่งเขาแหลมหญ้าเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 - 18.00 น.
ข้อควรระวัง: ช่วยกันรักษาความสะอาด ไม่ทิ้งขยะ และงดใช้โฟม/พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เพื่อรักษาความสวยงามของธรรมชาติไว้ให้คนรุ่นหลังครับ
4.กิจกรรมแนะนำ
ช่องทางการจองและติดต่อ: เพื่อให้การเดินทางราบรื่น แนะนำให้ติดต่อจองพื้นที่ล่วงหน้าครับ:
ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับสายแคมป์ปิ้ง
การจอง: สามารถจองล่วงหน้าได้ไม่เกิน 60 วัน และจองติดต่อกันได้ไม่เกิน 3 คืน
สิ่งอำนวยความสะดวก: มีห้องน้ำและห้องอาบน้ำให้บริการ รวมถึงร้านค้าสวัสดิการภายในอุทยาน (เวลาเปิด-ปิด ประมาณ 07.00 - 20.00 น.) สะดวกต่อการซื้อน้ำดื่มหรือขนมครับ
ระวังลิง: บริเวณจุดกางเต็นท์บางโซนอาจมีลิงอาศัยอยู่ ควรเก็บอาหารและสิ่งของให้มิดชิดเพื่อป้องกันการรบกวน
ทำเลที่ตั้ง: ลานกางเต็นท์อยู่บริเวณฝั่งแผ่นดินใหญ่ (เขาแหลมหญ้า) ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงามมาก สามารถเดินไปยังจุดชมวิวและเส้นทางศึกษาธรรมชาติได้ง่าย

เมื่อไปถึงอุทยาน จะมีจุดจอดรถให้คะ มีเจ้าหน้าที่คอยบริการ หลังจากจอดรถแล้ว จะมีรถสองแถวคอยบริการรับส่งนักท่องเที่ยวจากจุดจอดรถ ไปยังจุดชมวิวอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าคะ หรือใครอยากจะเดินไปเองก็ได้นะคะ ไม่ได้ไกลมาก แต่ทางค่อนข้างชันนะคะ ส่วนตัวเราไปมา 3 รอบ 2 รอบเดินเอาคะ เพลินดี อีกรอบนั่งรถ ถ้านั่งรถ รถจะไปจอดที่ด้านล่าง ใกล้ๆ จุดเริ่มเดินที่สะพานริมทะเลยเลยคะ แต่ตอนที่เราเดิน มันจะมีทางเดินขึ้นเขา (ตามรูปด้านบน) จุดนี้จะอยู่ก่อนที่จะลงไปถึงด้านล่างที่รถลงไปจอด ทางนี้เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติคะ เดินไปตามทางเรื่อยๆ เราจะไปโผล่ที่เขาริมทะเล วิวสวยมากๆ มากที่สุด

นี่คือวิวหลังจากที่เราเดินลัดเลาะมาตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ วิวสวยมากๆ มากที่สุด แต่แดดก็แรงมากๆ เช่นกัน แนะนำเตรียมหมวก ครีมกันแดด แว่นตาดำ และน้ำเปล่าซักขวดไปด้วยนะคะ วันที่เราไปไม่มีคนเดินมาทางนี้เลยคะ ส่วนมากคนจะลงไปที่ด้านล่างตรงที่รถจอด และเดินแค่ตรงสะพานด้านล่างเลย ตรงนี้เลยไม่มีคนเท่าไหร่ ไม่แนะนำคนแก่ เด็ก หรือคนไม่แข็งแรงมาทางนี้นะคะ เหนื่อย และชันประมาณนึง

พอเดินมาเรื่อยๆ จะมาเจอป้ายนี้เลย

ก็เดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆ คะ มุมไหนก็สวยจริงๆ

พอเดินลงมาจากเขาด้านบน ก็จะเจอตามภาพนี้เลยคะ อันนี้ก็สวยไม่แพ้ด้านบนเลยนะ

ไปมา 3 รอบ ประทับใจทุกรอบ มันสวยมากๆ

พอเดินมาอีกหน่อย ก็จะมาเจอสะพานไม้ที่มันเป็นปลายทางของคนที่นั่งรถสองแถวมาลงด้านล่าง อย่างที่เราบอกไว้แต่แรก เราก็เดินย้อนไปเรื่อยๆ ก็จะเจอต้นทาง ที่คนเริ่มเดิน และคนก็จะเยอะมากๆ ตรงนี้ คนละฟิวกับที่เราเดินมาจากด้านบนเลย ตรงนี้ก็สวยไปอีกแบบนะคะ พอเดินไปถึงต้นทาง จะมีร้านค้าขายน้ำ ขายของกินนิดๆหน่อยๆ กินแล้วก็รอรถสองแถวกลับไปที่จอดรถ หรือใครแข็งแกร่งก็เดินกลับเลยค่า

อาการจมูกตัน หายใจไม่สะดวก เป็นความรู้สึกที่น่ารำคาญและอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันได้ หลายคนอาจสงสัยว่าอาการนี้มักเกิดจากอะไร วันนี้ Maneedee จะพาไปไขคำตอบและเสนอวิธีบรรเทาอาการเบื้องต้นที่สามารถทำได้ง่ายๆ ครับ
อาการจมูกตันมักเกิดจากสาเหตุเหล่านี้
1. เป็นหวัด: สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เยื่อบุจมูกอักเสบและบวม ส่งผลให้มีการหลั่งน้ำมูกออกมามากและทำให้จมูกตัน
2. โรคภูมิแพ้: หลายคนอาจมีอาการจมูกตันเนื่องจากปฏิกิริยาของร่างกายต่อสารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่น ละอองเกสรดอกไม้ หรือขนสัตว์ ซึ่งทำให้เยื่อบุจมูกบวมและมีน้ำมูกไหล
3. ไซนัสอักเสบ: การอักเสบของโพรงไซนัสซึ่งเป็นโพรงอากาศรอบๆ จมูก อาจทำให้เยื่อบุจมูกบวมและมีน้ำมูกอุดตัน ทำให้หายใจไม่ออก
4. สภาพอากาศ: อากาศที่หนาวเย็นหรือแห้งเกินไป อาจทำให้เยื่อบุจมูกแห้งและบวม ส่งผลให้จมูกตัน
5. สิ่งแปลกปลอม: ในบางกรณี โดยเฉพาะเด็กเล็ก อาจมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปอุดตันในจมูก ทำให้หายใจไม่สะดวก
วิธีบรรเทาอาการจมูกตันเบื้องต้น
หากคุณมีอาการจมูกตัน สามารถทำตามวิธีเหล่านี้เพื่อบรรเทาอาการได้:
- ล้างจมูก: ใช้สารละลายน้ำเกลือล้างจมูกเพื่อขจัดน้ำมูกและสิ่งสกปรกที่อุดตันในจมูก
- พักผ่อนให้เพียงพอ: การพักผ่อนจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวจากการติดเชื้อได้เร็วขึ้น
- ดื่มน้ำมากๆ: การดื่มน้ำจะช่วยให้น้ำมูกเหลวและไหลออกมาได้ง่ายขึ้น
- ใช้เครื่องทำความชื้น: เพิ่มความชื้นในอากาศเพื่อป้องกันเยื่อบุจมูกแห้ง
- หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้: หากคุณเป็นโรคภูมิแพ้ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้
บทสรุปจาก Maneedee
อาการจมูกตันมักเกิดจากสาเหตุที่ไม่รุนแรงและสามารถบรรเทาได้ด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม หากอาการไม่ดีขึ้นหรือรุนแรงขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้องครับ