เจาะลึก 'ค็อกเทลสารเคมี' ในหูฟัง: เมื่อพลาสติกกลายเป็นภัยใกล้ใบหู
รู้จัก BPA, BPS และสารกลุ่ม Endocrine Disruptors ที่คุณอาจสัมผัสอยู่ทุกวัน

จากรายงานล่าสุดของโครงการ ToxFree LIFE for All (กุมภาพันธ์ 2026) ความน่าตกใจไม่ได้อยู่ที่แค่หูฟังแบรนด์ดังปนเปื้อนสารเคมี แต่อยู่ที่ "ชนิด" ของสารเหล่านั้นที่มีคุณสมบัติรบกวนการทำงานของฮอร์โมนโดยตรง ซึ่งความร้อนและเหงื่อจากการใช้งานคือตัวเร่งให้สารเหล่านี้ซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ง่ายขึ้น
4 กลุ่มสารเคมีที่ตรวจพบและอันตรายที่ควรระวัง
พบใน 98% ของตัวอย่าง เป็นสารที่ช่วยให้พลาสติกแข็งตัว แต่มีคุณสมบัติเลียนแบบฮอร์โมนเอสโตรเจน ส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์ เสี่ยงต่อมะเร็ง และอาจทำให้เกิดภาวะเข้าสู่ช่วงวัยหนุ่มสาวก่อนวัยในเด็ก
สารที่ช่วยให้พลาสติกนิ่มตัว พบมากในส่วนของสายไฟและนวมหูฟัง เป็นพิษต่อระบบสืบพันธุ์และอาจส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองในวัยรุ่น
สารหล่อลื่นและหน่วงไฟที่ตกค้างนานในสิ่งแวดล้อมและร่างกาย เชื่อมโยงกับความเสียหายของตับและไต
กลุ่มโบรมีนและออร์กาโนฟอสเฟต ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบประสาทและฮอร์โมนเช่นเดียวกับกลุ่มบิสฟีนอล
ปรากฏการณ์ "Cocktail Effect"
นักวิจัยเตือนว่าแม้สารแต่ละชนิดจะมีปริมาณน้อย แต่การได้รับสารหลายชนิดพร้อมกัน (Synergistic effect) จากการใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่ใช้หูฟังทั้งในการเรียนและพักผ่อน อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อแนะนำสำหรับผู้ใช้งาน
เลี่ยงการสวมหูฟังขณะออกกำลังกายที่มีเหงื่อมาก หรือขณะนอนหลับ และหากเป็นไปได้ควรเลือกใช้ลำโพงแทนเมื่ออยู่ในที่พักส่วนตัว เพื่อลดระยะเวลาการสัมผัสสารเคมีโดยตรงผ่านผิวหนังครับ










